หนึ่งในสิ่งที่หลายๆ ท่านเรียกได้ว่าจำเป็นต้องมีไว้ใช้งาน ซึ่งนั้นก็คือ “คอมพิวเตอร์” นั้นเองครับ แล้วทุกท่านทราบกันหรือไม่ครับว่า “กว่าจะมาเป็นคอมพิวเตอร์” นั้นเป็นมาอย่างไร บทวคามนี้จะพาทุกๆ ท่านไปสำรวจหาข้อมูลกันครับ จะมีเนื้อหาอย่างไรกันบ้าง เราไปดูกันดีกว่า
ประวัติความเป็นมาของ “คอมพิวเตอร์”
นิยามของคำว่า “คอมพิวเตอร์(computer)” หรือศัพท์บัญญัติราชบัณฑิตยสภาว่า คณิตกรณ์[2][3] เป็นเครื่องจักรแบบสั่งการได้ที่ออกแบบมาเพื่อดำเนินการกับลำดับตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์หรือคณิตศาสตร์ โดยอนุกรมนี้อาจเปลี่ยนแปลงได้เมื่อพร้อม ส่งผลให้คอมพิวเตอร์สามารถแก้ปัญหาได้มากมาย คอมพิวเตอร์ถูกประดิษฐ์ออกมาให้ประกอบไปด้วยความจำรูปแบบต่าง ๆ เพื่อเก็บข้อมูล อย่างน้อยหนึ่งส่วนที่มีหน้าที่ดำเนินการคำนวณเกี่ยวกับตัวดำเนินการทางตรรกศาสตร์ และตัวดำเนินการทางคณิตศาสตร์ และส่วนควบคุมที่ใช้เปลี่ยนแปลงลำดับของตัวดำเนินการโดยยึดสารสนเทศที่ถูกเก็บไว้เป็นหลัก อุปกรณ์เหล่านี้จะยอมให้นำเข้าข้อมูลจากแหล่งภายนอก และส่งผลจากการคำนวณตัวดำเนินการออกไปโดยหน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์มีหน้าที่ดำเนินการกับคำสั่งต่าง ๆ ที่คอยสั่งให้อ่าน ประมวล และเก็บข้อมูลไว้ คำสั่งต่าง ๆ ที่มีเงื่อนไขจะแปลงชุดคำสั่งให้ระบบและสิ่งแวดล้อมรอบ ๆ เป็นฟังก์ชันที่สถานะปัจจุบัน
คอมพิวเตอร์ที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้เป็นผลมาจากการประดิษฐ์คิดค้นเครื่องมือในการคำนวณซึ่งมีวิวัฒนาการนานมาแล้ว เริ่มจากเครื่องมือในการคำนวณเครื่องแรกคือ “ลูกคิด” (Abacus) ที่สร้างขึ้นในประเทศจีน เมื่อประมาณ 2,000-3,000ปีมาแล้ว จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2376 นักคณิตศาสต์ชาวอังกฤษชื่อ ชาร์ล แบบเบจ (Charles Babbage) ได้ประดิษฐ์เครื่องวิเคราะห์(Analytical Engine) สามารถคำนวณค่าของตรีโกณมิติ ฟังก์ชั่นต่างๆ ทางคณิตศาสตร์ การทำงานของเครื่องนี้แบ่งเป็น 3 ส่วน คือส่วนเก็บข้อมูล ส่วนคำนวณ และส่วนควบคุม ใช้ระบบพลังเครื่องยนต์ไอน้ำหมุนฟันเฟือง มีข้อมูลอยู่ในบัตรเจาะรู คำนวณได้โดยอัตโนมัติและเก็บข้อมูลในหน่วยความจำ ก่อนจะพิมพ์ออกมาทางกระดาษ หลักการของแบบเบจนี้เองที่ได้นำมาพัฒนาสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เราจึงยกย่องให้แบบเบจเป็น บิดาแห่งเครื่องคอมพิวเตอร์ นั้นเองครับ
คอมพิวเตอร์ เครื่องแรกของโลก?
คอมพิวเตอร์เครื่องแรกของโลกมีชื่อว่า ENIAC (อีนิแอก) เป็นคำย่อมาจาก Electronic Numerical Integrator and Computer ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นในปี ค.ศ. 1946 ช่วงระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยชาวอเมริกันชื่อ ดร.จอห์น วิลเลียม มอคลี (John William Mauchly) และ จอห์น พลีสเพอร์ เอกเคิร์ต (John Prespern Eckert) ซึ่งใช้พื้นฐานจากเครื่อง ABC (Atanasoff-Berry Computer) มาพัฒนาต่อ โดยการพัฒนา ENIAC ได้รับเงินทุนสนับสนุนจากกองทัพสหรัฐอเมริกา เพื่อใช้ในการคำนวณวิถีของกระสุนปืนใหญ่เป็นหลัก
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ คืออะไร?
ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ (Supercomputer) เป็นคอมพิวเตอร์ที่มีความสามารถสูงที่สุดในกลุ่มมีขนาดใหญ่ ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถประมวลผลข้อมูลในปริมาณมากรวมถึงการประมวลผลงานที่มีรูปแบบอันซับซ้อน มีความรวดเร็วในการคำนวณได้มากกว่าหนึ่งล้านล้านต่อวินาที ( 1 Trillion calculations per second ) ภายในซูเปอร์คอมพิวเตอร์ สามารถรองรับโปรเซสเซอร์ได้มากกว่า 100 ตัว หน่วยวัดความเร็วของคอมพิวเตอร์นี้คือ หน่วยจิกะฟลอบ (Gigaflop)
โดยซูเปอร์คอมพิวเตอร์ เป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เหมาะกับงานคำนวณที่ต้องมีการคำนวณตัวเลขจำนวนหลายล้านตัวภายในเวลาอันรวดเร็ว เช่น งานพยากรณ์อากาศ ที่ต้องนำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับอากาศทั้งระดับภาคพื้นดิน และระดับชึ้นบรรยากาศเพื่อดูการเคลื่อนไหวและการเปลี่ยนแปลงของอากาศ งานนี้จำเป็นต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีสมรรถนะสูงมาก นอกจากนี้มีงานอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องใช้ซูปเปอร์คอมพิวเตอร์ซึ่งมีความเร็วสูง เช่น งานการวิจัยนิวเคลียร์ งานควบคุมทางอวกาศ งานประมวลผลภาพทางการแพทย์ ด้านการทหาร วิศวกรรมเคมีภัณฑ์ปิโตรเลียม เป็นต้นครับ
เครื่องคอมพิวเตอร์ร้อนจะส่งผลเสียอย่างไร?
สาเหตุของคอมพิวเตอร์ร้อน นี้อาจเกิดจาก Hardware ในส่วนของระบบระบายอากาศภายในเครื่องเสียหายหรือไม่ทำงาน ก็จะทำให้เครื่องเกิดความร้อนสูง (Overheat) และทำให้เกิดการอาการแฮงค์หรือคอมค้างต่างๆ นาๆ นั้นเองครับ เป็นย่างไรกันบ้างครับกับเรื่องราวเกี่ยวกับ “กว่าจะมาเป็นคอมพิวเตอร์” ที่พวกเราได้รวบรวมมาให้ท่านผู้อ่านได้อ่านเป็นความรู้กันครับ
