เช่าโรงงานมีค่าใช้จ่ายแฝงอะไรบ้าง

เช่าโรงงาน

สำหรับใครที่กำลังต้องการเช่าโรงงานสำหรับผลิตสินค้า ก็คงกำลังอยากรู้ว่าค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ต้องมีอะไรบ้าง ถึงจะได้โรงงานมาตรฐาน วันนี้เราได้นำข้อมูลความรู้ดี ๆ มานำเสนอก่อนที่คุณจะตัดสินใจในการเช่าโรงงานที่ไหนสักแห่งหนึ่ง เพื่อให้ได้สิ่งที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับคุณ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ค่าใช้จ่ายสำคัญในการเช่าโรงงาน

1. ค่าเช่า

ขาดไม่ได้เลยก็คือค่าเช่า ส่วนมากแล้วจะคิดตามขนาดตารางเมตรต่อเดือน โดยยังไม่รวมค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าส่วนกลาง และบริการเสริมต่าง ๆ เช่น บริการรักษาความปลอดภัยโดยเจ้าหน้าที่รปภ. ก่อนที่คุณจะทำการเช่า เราขอแนะนำให้ลองเปรียบเทียบข้อมูลหลาย ๆ ที่ก่อน เพื่อจะได้ทราบราคากลาง จากนั้นค่อยเลือกสถานที่ตั้งที่คุณถูกใจที่สุด

2. ค่ามัดจำ

ในเรื่องของค่ามัดจำ ก็เป็นค่าใช้จ่ายจำเป็นที่จะต้องจ่าย โดยส่วนมากเจ้าของโรงงานจะเรียกเก็บค่ามัดจำที่ 2-6 เดือน แล้วแต่ขนาดของโรงงาน ซึ่งข้อมูลนี้จะถูกระบุในสัญญาและจะได้คืนเมื่อยกเลิกสัญญาเช่า

3. ค่าล่วงหน้า

หมายความว่าเป็นค่าเช่าที่เราจะต้องจ่ายล่วงหน้า โดยมากแล้วจะเรียกเก็บเพียง 1 เดือนเท่านั้น บางที่ใช้เงินล่วงหน้าเป็นค่าเช่าของเดือนแรก หรือบางทีเงินล่วงหน้าจะถูกหักหลังในเดือนสุดท้ายก่อนย้ายออก หรือก็คือเดือนสุดท้ายก่อนย้ายออกไม่ต้องจ่ายค่าเช่าโรงงานนั่นเอง

4. ภาษี

ภาษีจะหัก 4 อย่างดังนี้

– ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ผู้เช่าจะต้องจ่าย 5% ไม่รวมค่าส่วนกลางและค่าบำรุงรักษาอื่น ๆ ที่จะต้องจ่ายอีก 3%

– ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ผู้เช่าจะต้องเสียค่า VAT 7%

– ค่าอากรแสตมป์ ผู้เช่าจะต้องจ่ายค่าใช้จ่ายนี้ในอัตราร้อยละ 0.1 ตลอดสัญญาเช่า

– ภาษีที่ดิน ภาษีในส่วนนี้ผู้เช่าและผู้ให้เช่าจะต้องตกลงกันเองว่าใครจะเป็นผู้จ่ายในส่วนนี้

5. ค่าสาธารณูปโภค

ค่าน้ำค่าไฟเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐานอีกหนึ่งอย่างที่จะต้องจ่าย ซึ่งส่วนมากทางเจ้าของจะเป็นผู้กำหนด หรือบางแห่งอาจจะให้จ่ายตรงกับการไฟฟ้าและการประปาเลย

6. ค่าส่วนกลาง

ค่าใช้จ่ายตรงนี้จะแตกต่างกันไปในแต่ละที่ ขึ้นอยู่กับบริการเสริมส่วนกลางที่มีให้ เช่น ค่ารปภ. ค่ารถรับส่งพนักงาน ค่าดูแลรอบ ๆ โรงงานและอื่น ๆ

หากคุณสนใจที่จะเช่าโรงงานอย่าลืมนำค่าใช้จ่ายเหล่านี้เข้าไปคำนวณด้วย เพราะนี่คือค่าใช้จ่ายแฝงที่เหล่าผู้ประกอบการหลายคนมองข้ามจนทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายกว่าที่คิด และคุมงบต้นทุนได้ยากขึ้น และอย่าลืมที่จะต้องเปรียบเทียบราคาค่าเช่าหลาย ๆ แห่งเทียบกัน เพื่อให้คุณได้รับราคาและข้อเสนอที่ดีที่สุด หรือหากไม่สะดวกเดินทางไปเลือกโรงงานเอง ก็สามารถเลือกชมโรงงานต่าง ๆ ผ่านหน้าเว็บไซต์ออนไลน์ได้เช่นกัน

Related Post

นำเข้าสินค้าจากจีน

เว็บ 1688 แนะบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้เว็บ 1688 แนะบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้

บทความนี้เราจะมาพูดถึงข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้กัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ทางเว็บ 1688 ได้แนะนำมาเองเลย แต่บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้จะมีบริษัทใดที่น่าสนใจบ้างนั้น ต้องตามมาหาคำตอบนั้นพร้อมๆ กันที่บทความนี้เลย กับบทความที่มีชื่อว่า เว็บ 1688 แนะบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ เว็บ 1688 แนะบริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ บริษัทนำเข้าสินค้าจากจีนมาไทยที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ตอนนี้ คือ Publix ซูเปอร์มาร์เก็ตสัญชาติอเมริกันนามว่า Publix ซึ่งมีสาขากระจายอยู่ทั่วสหรัฐอเมริกา

คอนกรีตผสมเสร็จ

ส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ และน้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานปั๊มคอนกรีตผสมเสร็จส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ และน้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานปั๊มคอนกรีตผสมเสร็จ

งานคอนกรีตเป็นงานที่ละเอียดอ่อนมากๆ ดังนั้น รายละเอียดงานของงานคอนกรีตจึงค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว และบทความนี้เราจึงได้รวบรวมส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ และน้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานปั๊มคอนกรีตผสมเสร็จมาฝาก แต่ส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ และน้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานปั๊มคอนกรีตผสมเสร็จที่เรานำมาฝากกันในบทความนี้ จะมีอะไรบ้างนั้น ต้องตามมาดูกันเลย ส่วนผสมของคอนกรีตผสมเสร็จ และน้ำยาผสมคอนกรีตสำหรับงานปั๊มคอนกรีตผสมเสร็จ คุณสมบัติของคอนกรีตที่จะสามารถปั๊มได้ ต้องมีความเหลวที่เหมาะสม คอนกรีตที่เหมาะสมสำหรับนำไปปั๊ม ควรจะมีค่ายุบตัวอยู่ระหว่าง 7.5-12.5 ซม. ถ้าค่า ยุบตัวน้อยเกินไปคอนกรีตจะปั๊มยาก และต้องใช้แรงดันสูงมาก ซึ่งจะเกิดผลเสียคือท่อสึกหรอเร็ว และปั๊มเสียได้ง่าย ถ้าค่ายุบตัวมากเกินไป คอนกรีตมีแนวโน้มที่จะเกิดการแยกตัว และต้องมีปริมาณส่วนละเอียดเพียงพอ ส่วนละเอียดในที่นี้หมายถึง ทรายและปูนซีเมนต์ จะต้องมีมากพอที่จะไปอุดช่องว่าง ระหว่างหิน เพื่อให้เนื้อคอนกรีตมีแรงต้านภายในพอที่จะไม่ก่อให้เกิดการแยกตัว

Slipper

ประเภทของรองเท้า Slipper เพื่อสุขภาพประเภทของรองเท้า Slipper เพื่อสุขภาพ

เมื่อต้องใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านในช่วงสภาวะโรคภัยไข้เจ็บในปัจจุบัน ทำให้หลาย ๆ คนต้องใช้ชีวิตอยู่ภายในบ้านเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้ออกไปไหน ต้องดำรงชีวิตอยู่ในบ้านตลอด 24 ชั่วโมงเอาเป็นว่าอยู่กันจนเบื่อไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งเมื่อต้องอยู่ในที่พักอาศัยนั้นหลาย ๆ คน มีวิธีการดูแลตัวเองโดยเฉพาะเรื่องที่เราอาจมองข้ามนั่นก็คือ เท้าของเรานั่นเอง การเดินไปเดินมาภายในบ้านหากมีรองเท้า Slipper คู่ใดที่ช่วยถนอมเท้าให้แก่ฝ่าเท้าของเราคงจะดีไม่น้อย   ประเภทของรองเท้า Slipper   เมื่อเราพูดถึงรองเท้า Slipper นั้น หลาย ๆ คนอาจจะนึกภาพไม่ออกหรือนึกออกในรูปแบบที่แตกต่างกัน ดังนั้นเรามาเรียนรู้ประเภทของรองเท้าชนิดนี้กันดีกว่าว่ามีประเภทใดบ้าง  แบบ Refre Okimura เป็นรองเท้าที่เน้นส่วนเว้าโค้งตามสรีระของฝ่าเท้า ช่วยรับน้ำหนักได้ดี สามารถนวดกดจุดให้กับเท้าของเราได้ เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับผู้ที่มีอาการอักเสบหรือปวดระบม ด้วยตัวรองเท้าที่มีน้ำหนักเบาเพราะทำจากผ้า ทำให้สามารถใส่ได้ตลอดทั้งวัน รวมทั้งสามารถซักทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย  แบบ Cool Bamboo Anti-Fatigue Gel เป็นรองเท้าที่เหมาะแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพเกี่ยวกับฝ่าเท้าหรือมีอาการปวดเข่าร่วมด้วย ตัวรองเท้ามีเทคโนโลยีพิเศษที่เป็นนาโนเจลสามารถบรรเทาความอ่อนล้าของกล้ามเนื้อได้ มีชั้นโฟมถึง 4 ชั้น ซึ่งช่วยรองรับน้ำหนักการยืนหรือการเดินภายในบ้านเป็นเวลานาน ๆ เมื่อเราสวมใส่แล้วเหยียบลงน้ำหนักจะไม่รู้สึกว่ารองเท้าบุ๋มลงไปตามน้ำหนักที่กดลง แต่ให้ความรู้สึกเย็นสบายของเจลที่แบกรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดีมีความนุ่ม ยืดหยุ่น ไม่อับชื้นง่าย  แบบ 3D Comfort Archfit Support มีส่วนช่วยรับน้ำหนักได้อย่างยืดหยุ่น เน้นความนิ่มสบายขณะสวมใส่เป็นหลัก  สามารถกระจายน้ำหนักเฉลี่ยลงบนพื้นรองเท้าได้อย่างลงตัว สามารถกันลื่นได้ เมื่อสวมใส่แล้วจะมีความคล่องตัว ประกอบด้วยโฟมถึง 3 ชั้น เป็นตัวช่วยสำคัญในการทรงตัว  Payi Health Care Relax เป็นรองเท้าที่ทำจากวัสดุไมโครไฟเบอร์พิเศษ มีความนุ่มมากกว่าชนิดอื่น ทำความสะอาดได้อย่างง่ายดาย มีความทนทาน มีหลากหลายสีให้เลือกใช้ มีส่วนที่ห่อหุ้มบริเวณหน้าเท้า ทำให้มีส่วนช่วยในการปกป้องฝ่าเท้าของเราได้อีกชั้น เมื่อมีการเดินสามารถป้องกันการได้รับบาดเจ็บจากการเดินชนหรือกระแทกในขณะเดิน ซึ่งอาจส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดแผลได้ ซึ่งอาจมีข้อเสียในเรื่องของการระบายอาการที่อาจไม่ดีเท่ากับรองเท้าประเภทอื่น ๆ ที่มีการเปิดหน้าเท้าของรองเท้า  ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่ผู้ใช้จะเลือกใช้รองเท้า Slipper ตามแบบที่ทุกคนถูกใจ โดยยึดถือตามความเหมาะสมของสถานที่และความชอบของผู้ใช้เป็นหลัก